Spoil : Vicky Cristina Barcelona : Best of Sexualism Movie

posted on 02 Feb 2009 13:49 by eswatgirl  in movie
Vicky Cristina Barcelona เป็นหนังเล่าถึง love & sexual ของมนุษย์ที่เป็นปุถุชนธรรมดา ที่บางคนก็ใช้ความศรัทธาในความรัก มาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวมาเป็นกรอบของการดำเนินชีวิต หรือบางคนที่พร้อมจะปล่อยให้ความรู้สึกนำทาง ปล่อยให้บรรยากาศ และพลังงานทางเพศเป็นตัวกำหนดทิศทางและความเป็นไปของชีวิต

Vicky และ Cristina เธอทั้งสองคนเลือกเดินทางออกจากอเมริกา มาใช้เวลาร่วมกันใน Barcelona เมืองที่คนหนึ่งตั้งใจจะมาปล่อยใจผ่อนคลาย และอีกคนมาเพื่อเพื่อค้นหาความหมายบางอย่างในการทำวิทยานิพนธ์

Vicky กำลังจะเรียนจบปริญญาโทด้านคาตะลัส ฉันไม่รู้หรอกว่ามัน คือ สาขาอะไร แต่โดยบุคลิคแล้วเธอดูให้ความสนใจกับเรื่องราวทางด้านศิลปศาสตร์ สถาปัตย์ มีความเป็น Artist อยู่ในตัวสูง เธอมีคู่หมั้นสุดหล่อที่รักกันสุดหัวใจ และกำลังวางแผนใกล้จะแต่งงานกัน

Cristina ใช้ช่วงเวลาพักร้อน มาสงบจิต สงบใจ หลังจากพึ่งทำหนังสั้น 12 นาที ที่เธอเขียนบท แสดง กำกับ แต่มันก็พึ่งจะจบลงพร้อมๆ กับความรักของเธอกับแฟนหนุ่ม แต่ด้วยเครื่องเครา โครงหน้าสวย ในแบบที่แค่ใส่เสื้อเชิ้ตและกางเกงลินนิน ก็ส่ง sex appeal เธอได้ทันทีในฉากเปิด

Barcelona เมืองใหญ่ของสเปน ที่อัดแน่นไปด้วยเสน่ห์ของศิลปะวิทยาการ สองสาวมาพักที่นี้ กับคู่สามี-ภริยา ที่มีบ้านหลังโตหรูหรา และดูว่าจะทำธุรกิจร่ำรวย ในคืนหนึ่งพวกเขาพา Vicky และ Cristina ไปงานเปิดนิทรรศการศิลปะ และในงานคืนนั้น Cristina หันไปเห็นผู้ชายหล่ำล่ำยืนหลบมุมอยู่จากวงสังคม เธอสนใจถามเจ้าถิ่นทันทีว่าหนุ่มคนนั้นเป็นใคร....

Juan Antonio Gonzalo จิตกรที่คนทั้งเมืองเม้าท์ถึงชีวิตคู่แบบสุดโต่ง ชาวบ้านเม้าท์กันว่าเซ็กส์ระหว่างเขาและภรรยาหวืดหวาสุดจะพิศดาร แต่ทั้งคู่ก็เลิกกันเพราะว่าต่างฝ่ายไม่สามารถควบคุมอารมย์จนถึงขั้นจะฆ่ากันตาย

พล็อตเรื่องผูกให้ทั้งสามคนสบตากันในแกลลอรี่ และต้องมาพบกันอีกครั้งในร้านอาหารในดึกเดียวกันนั้น

Cristina ปล่อยฟีโรโมนจากตาสู่ตา การท่าช้อนผมเบาๆ ไล่ต้นคอ เรียกว่าทอดสะพานกันเห็นๆ ซึ่งก็ได้ผล Gonzalo ลุกจากวงของตัวเองมาหาเธอทั้งสองคน ประโยคสนทนาเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย เขาชวนเธอทั้งคู่ไปเที่ยวเมืองตากอากาศ เพื่อที่จะได้ดูงานศิลปะ ดื่มไวน์ดีๆ และ make love กัน ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมีกิจกรรมนั้นกันเธอทั้งสองคน!!!

ขอเล่า background ของตัวละครให้พอไปจินตนาการกันต่น่ะจ๊ะ

ดูหนังเรื่องนี้จบแล้วก็มีคำถามกับตัวเองหลายอย่าง

- จะทำอย่างไร? ถ้าเราตกหลุมรัก และ ร่วมรักกับชายแปลกหน้า ภายในเวลา 1 วัน ทั้งที่กำลังจะแต่งงาน

- จะทำอย่างไร? ถ้าใจมันคิดถึงความสัมพันธ์นั้นตลอดเวลา แม้มันจะไม่มีการสานต่อใดๆ กลับมาจากเขาคนนั้นอีก

- จะทำอย่างไร? ถ้าเกิดความรู้สึกที่มีต่อชีวิตคู่ที่อยู่กันมาหลายปี แต่วันหนึ่งก็คิดได้ว่า I love him but i not in love with him and i can't leave him!!

- จะทำอย่างไร? ถ้าคนรักมีตัวแบบ นางในฝัน และเธอคนนั้นก็มีตัวตน ทั้งสองคนรักกัน แต่ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เพราะไม่สามารถบาลานซ์อารมย์รุนแรง หึงหวงในตัวเองได้

- จะทำอย่างไร? กับความรู้สึกกดดัน เพราะไม่สามารถเป็นแรงบรรดาลใจในการทำงานให้กับคนรัก แถมคนรักยังติดเอาแบบฉบับของนางในฝัน มีกลิ่นไอเรื่องราวต่างๆ ของเธออยู่ตลอดเวลา

- จะทำอย่างไร? ถ้าตกอยู่ในห่วงของรักสามเส้า ชาย 1 หญิง 2 ทั้งสามปรองดองแบ่งบันความรักร่วมกัน ความรักแบบนี้จะยั้งยืนมั้ย

หาคำตอบทั้งหมดได้ใน Vicky Cristina Barcelona

หมายเหตุ**

- Woody Allen เป็นคนเขียนบท และ กำกับ เรื่องนี้ ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะ Woody Allen เป็นเจ้าพ่อด้านมุมมองแตกต่าง (ตามประวัติ Woody Allen เลื่อนขั้นลูกบุญธรรมชาวเกาหลี มาเป็นภริยา ต้องมีคนมีของบางอย่างแน่ๆ ถึงเชื่อมั่นและศรัทธาในรักที่ต่างจากความถูกต้องของสังคม)

- Penélope Cruz ตีบทติสสาวอารมย์แปรปรวนได้แตกกระจาย จนได้เสนอชื่อเข้าชิงออสก้า สาขานำแสดงสมทบหญิงปี 2008

- Vicky Cristina Barcelona ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ 2009 สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้านคอมมาดี้และมิวสิคเคิล

- อาร์ตติสหนุ่ม ที่รับบท Juan Antonio Gonzalo คือ Javier Bardem มือปืนสุดโหดในหนังเรื่อง No Country for Old Men ผิดลุคมากๆ เรื่องนี้เซ็กซี่สุดๆ

- หนังเรื่องนี้ไม่เคยเข้าฉายตามโรงในเืมืองไทย นอกจากฉายในเทศกาลหนัง ซึ่งผ่านไปอย่างเงียบเฉียบ

- ตอนนี้มีพวกยืมแ่ผ่นไปดู ใครอยากดูต่อ ลงชื่อไว้เลยฮ่ะ นัดรับที่สยามเหมือนเิดิม

- สมัยยังสาวฉันตกหลุมรัก Antonio Banderas สุดๆ ตามดูหลังทุกเรื่อง ที่แท้ฉันก็หลงเสน่ห์ประเทศสเปนนี่เอง.....

Spoil : happy go lucky - ผู้หญิงคิดบวก

posted on 19 Jan 2009 18:49 by eswatgirl  in movie

ดูหนังเรื่องนี้แล้วฉันเครียด แปลกน่ะ.... ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัวเอง ฉันเครียดเพราะดูหนังเรื่องนี้แล้วฉันเครียด แปลกน่ะ.... ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัวเอง ฉันเครียดเพราะเอาตัวเองไปผูกติดกับฉากระหว่าง ป๊อปปี้ กับ สก็อต ฉากเรียนขับรถ ซึ่งฉันคิดเอาเองตามประสาคนความรู้น้อย ว่าผกก. เลือกให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้เป็นไคลแมกซ์ของหนัง เป็นบทสรุปในความอารมย์ดีครอบจักรวาลของ ป๊อปปี้ ว่ามันไม่ได้ช่วยให้คน หรือ ใครในโลก stay happy ได้อย่างที่เธออยากแบ่งปัน  และมันก็ทำให้เธอเจ็บตัวกับการโดนจิ๊กหัวตบ และเจ็บแปรบที่ใจ แบบที่เพื่อนรูมเมทเธอแนะนำให้เธอเลิกเป็นคนดีมากไปซะที...

ฉันขี้เกียจเล่าว่าหนังมีที่มาที่ไปอย่างไร แต่จะสรุปเรื่องสับสนในหัวออกมาเป็นข้อๆ เพราะเดี๋ยวนี้ฉันเขียนไม่เก่งเหมือนตอนเด็กๆ สรุปประเด็น แล้วเอามาร้อยเป็นเรื่องได้ ไม่สมูท ก็เลยขอเป็นหนอนด้น เล่ากันสดๆ ว่าแต่ละช่วงทำให้ฉันรู้สึกยังงั้ย

ความสุขบนอานจักรยาน -  ฉันชอบจักรยานของป๊อปปี้ตรงที่มีตะกร้าน่ารัก ถ้ามีดอกไม้ฟูอยู่เต็มตะกร้าคงยิ่งชวนฝัน แอบเห็นเธอปั่นจักรยานล้อฟรี แบบถีบม้วนหลัง แล้วก็ยืนโยกปั่น สะบัดผมปลิวซ้าย หันไปบ๊ายบายใครสักคนทางมือขวา เป็นฉากเปิดที่แสดงรังสีความสุขของเธอได้หมดจด

อีนี้แม่งรั่ว - ป๊อปปี๊ดูมีความสุขตลอดเวลา เฮฮากับตัวเองได้ทุกเรื่อง บ้างที่ถ้าคนเรามีเยอะๆ มันจะล้นออกมา แต่สำหรับป๊อปปี้เธอกระป๋องใส่ความสุขเธอคงจะรั่ว มันดูไม่เยอะเกินไปจนน่ารำคาญ แต่รั่วๆ พอน้ำซึมๆ ออกมาบ้าง เหมือนอย่างที่เวลาเธอยิ้ม หรือหยักไหล่กับตัวเอง ถ้าคนที่เธอส่งความสุขให้ ไม่เก็ตมุขเธอ

ถ้าฉันไปเจอแกงค์เธอในเทค เจอลีลาท่าเต้นเขย่า เจอเซ็ทเสื้อผ้าพังค์สีสด ก็คงต้องไปขอเมาร่วมด้วย การที่ป๊อปปี้มีความสุขท่วมตัวแบบนี้ มีองค์ประกอบจากคนรอบๆ ข้างเธอด้วยเป็นส่วนใหญ่ ตัวเราเป็นอย่างไร มันสะท้อนออกมาได้จากสังคมที่เราอยู่

คนที่มีบทบาทสูงในชีวิตของป๊อปปี้คนแรกที่ฉันมองเห็น คือ รูมเมทสาว อายุรุ่นราวกับเดียวกัน เธออยู่ร่วมกันมาเป็นสิบปี เดินทางท่องโลก เป็นครูตามประเทศต่างๆ มาหลายสิบประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วยน่ะ คนเราที่หัวใจเดินทาง มีอิสระ ไม่มีภาระ พันธะ มักจะเป็นคนที่ความสุขจากภายใน ถึงแม้รูมเมทเธอจะไม่ได้เป็นคนที่มีรอยยิ้มพริมเพราตลอดเวลาแบบป๊อปปี๊ แต่เธอมียิ้มสุขุมที่อบอุ่น ที่พร้อมจะรองรับ ปนความเป็นห่วงที่มีให้กับป๊อปปี้อยู่เสมอๆ

น้องสาวตัวซ่าของป๊อปปี้ ฉันชอบเป็นพิเศษ เธอก่ากั๋นดี ท่าเดินและเกงยีนส์ทรงนั้น ทำให้ท่าเดินเธอโก๋มาก แรงได้ทุกสถานการณ์ ฉันชอบเวลาดูพี่น้องสองคนนี้คุยกัน พี่ออกเพี้ยน น้องก็กวนตีน สร้างแต่รอยยิ้ม

แต่คุงน้องท้องโตของป๊อปปี๊เนี้ยซิ ฮอร์โมนเธอน่าจะกำลังปรวนแปร พลังความเป็นแม่ (แม้ยังไม่คลอด) ทำให้เธอมอง สวามี น้องสาว ที่อย่างเล่นเกมส์เพลย์ และพี่สาว ที่เธอมองว่ายังไม่มีวัตถุนิยมใดๆ ให้ยึดติด เธอคงคิดว่าคนทั้งสามเป็นลูก... เจ๊ท้องอาจจะซ้อมไว้ก่อน จะคลอดลูกจริงๆ

เต้นฟามิงโก้ในเมืองไทยมีมั้ย - น่าจะมันดี แต่ฉันคงลำบากที่ต้องต้องใ่ส่ส้นสูงเต้น ฉันไม่ถูกโรคกับส้นสูง สรีระศาสตร์ในยีนส์ฉันไม่รองรับการยืนอยู่บนวิวสูงๆ ยิ่งสูง ยิ่งหนาว มันจะหวิวๆ เหมือนเป็นลม เวลาเลือดลมลงไปเลี้ยงหัวแม่เท้าไม่สะดวก ยามใส่ส้นสูง

ข่าวทำให้เราขี้ระแวง - เวลาฉันเจอพี่ๆ homelessness ฉันชอบมองด้วยความสนใจ ว่าพี่เขาทำหน้าแบบไหน กำลังกินอะไร คิดอะไรกันอยู่ สงสัยว่าพี่เขาไม่ค่อยได้อาบน้ำ ทำไมไม่มีสิวเหมือนฉัน ที่อาบน้ำทุกวัน วันละ 2 หน (50/50 ที่อาบหนเดียว) บางครั้งก็ชื่นชมผมเดทร็อคตามธรรมชาติที่สวยกว่าพวกน้องๆ ตามข้าวสารหรือตามท้องถนนในปาย แต่พอพี่เขาหันมาสบตา ฉันจะสะดุ้งวาบ ทำท่าเหินห่าง ต่างจากท่าทีของนางงามมิตรภาพคนเมื่อครู่นี้ทันที ฉันดึงเอาความทรงจำของข่าวที่ฟังในรายการคุย....... (ที่คอนโดไม่มีทีวี สื่อสารมวลชนหลักที่ฉันรับเป็นประจำ คือรายการข่าวของเนชั่นช่วง 8-10 โมงเช้า)ฉันจินตนาการทันทีว่าพี่เขาอาจเข้ามาทำร้าย แทงฉัน เหมือนที่เคยฟังข่าว จินตนาการว่าจะหันด้านไหนดี เพื่อไม่ให้พี่เขาแทงโดนจุดสำคัญ  ถ้าฉันเลิกเพี้ยน แล้วกล้าเหมือนป๊อปปี้ ฉันคงพบตัวเองในอีกโลกหนึ่ง

ป๊อปปี้ไม่เห็นจำเป็นต้องมีแฟนเลย - ฉันเฉยๆ กับรักของป๊อปปี้ ไม่ต้องมีก็ไม่แปลก แต่ผู้กำกับคงอยากเสริมมุมมองความสุข และมุขของป๊อปปี้ให้ครบ 32

เมื่อเธออยากมอบความสุข แต่คนรับเป็นทุกข์จะทำงั้ย? - ฉันสนุกทุกครั้งที่ป๊อปปี้เริงร่า อดยิ้มตามมุขขอเบอร์ผู้ชาย แบบไม่มีอ้อมคอมของเธอ... ฉันประทับใจที่ป๊อปปี้พยายามสร้างรอยยิ้ม แบ่งปันความสุขให้กับคนรอบข้าง แต่ฉันไม่คิดว่าวิธีการนั้นจะเหมาะกับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะเวลาที่เธอเรียนขับรถ

ฉันเป็นคนขับรถไม่เป็น เคยไปเรียนบ้างสมัยยังไม่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ก็ไม่มีโอกาสเพราะมักจะมีผู้ชายมารับ-ส่งเสมอ (วินมอไซท์ กับคิวรถตู้) ฉันเห็นด้วยกับสก็อตเธอเป็นนักเรียนที่ไม่ดี อุปกรณ์ไม่เหมาะกับการหัดขับรถ ถ้าเธอใส่ผ้าใบไปเต้นท์ฟามิโก้คงโดนครูด่า ถ้าเธอเดินบนถนน และไปชนใครเข้าเธอคงขำ แต่ถ้าเท้าเธอเปลี่ยนเป็นล้อแทน คู่กรณีเธออาจดับ กลับบ้านเก่าได้ทุกโอกาส

ฉันเริ่มหงุดหงิดนิด ที่ป๊อปปี้ยังใส่บู๊ธส้นสูงมาเรียนทุกครั้ง แม้ครูจะด่า ยิ่งปี๊ดหนักที่เธอปล่อยมือจากพวงมาลัยขณะเลี้ยวเข้าโค้ง ฉันอินจนคิ้วเริ่มขมวด เพราะเคยเจอประสบการณ์รถชน ทั้งที่คนขับก็เป็นมือวางอันดับหนึ่งด้านความปลอดภัยในการขับรถ

ฉันพยายามส่งกระแสจิตไปบอกป๊อปปี้ว่า มุขตลกบนรถที่เธอทำ เพื่อพยายามให้ครูสอนขับรถขำนั้นไม่เข้าท่าเลย

ฉันขอโทษที่ทำหงุดหงิดใส่ป๊อปปี้ ฉันรู้ว่าเธอคิดบวก ที่อยากให้สกอตผ่อนคลาย stay happy ในชีวิตบ้าง ... แต่ในวิธีการเดียวกันมันใช้หาผลลัพท์ไม่ได้กับทุกข้อ เพราะสก็อตเป็นพวกขี้หงุดหงิดเข้าขั้น มุขของเธอยิงทำให้เครียด และคลั่ง ฉันยิ่งอินมากขึ้นเพราะเคยมีประสบการณ์ตรงกับคนนิสัยแบบนี้ (พ่อฉันเองและ พ่อขี้หงุดหงิดเข้าขั้นยิ่งกว่าสก็อตอีก..) แค่คลาสแรกของการเรียนฉันก็พอเดาออกว่าระเบิดเวลากำลังถูกจุดแล้ว และรับรองว่าป๊อปปี้ต้องเจ็บตัว และปวดใจจากเหตุการณ์นี้

สมองฉันปี๊ดอีกที ตอนที่สก็อตพูดถึงนัดครั้งหน้า... ฉันรู้ว่าสก็อตอยากมีเพื่อน... ใครสักคนให้คุย ใครสักคนให้รักบ้าง แต่คนแนวนี้ไม่รู้วิธีแสดงออก ไม่รู้วิธีการสื่อสาร แค่อยากเล่าความคิดของตัวเอง แต่ก็เครียดจนกลายเป็นระเบิดอารมย์ สก็อตกับป๊อปปี้เหมือนพูดกันคนละภาษา เพราะเขากับเธอ ยืนอยู่คนละด้านของไม้บรรทัด คนหนึ่งสุขมาก คนหนึ่งทุกข์มาก ยากที่จะลงรอยกัน

ไม่แปลกใจที่เธอจะได้รางวัล - ฉันดูหนังเรื่องนี้ก่อนที่รางวัลลูกโลกทองคำจะประกาศ ป๊อปปี้ได้รางวัลนักแสดงยอมเยี่ยมด้วยน่ะ... เธอสมควรจะได้

ถ้านักแสดงหญิงที่แสดงเป็นป๊อปปี๊จะได้รับรางวัลจากหลายสำนัก สำหรับฉันขอมอบรางวัลให้นักแสดงชายที่แสดงเป็นสก็อตไปเต็มๆ  คุณลุงผู้กำกับก็อีกคน ทำเอาท้องไส้ปั่นป่วน จิตมาก ฉันไม่น่าดูรอบดึกเลย กลับมาเครียด คิ้วตึง นอนใจไม่สบายเลย

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ exteen

posted on 29 Nov 2008 14:31 by eswatgirl

สัปดาห์แห่งความสะอาด ปัดกวาด เก็บห้อง เลยแวะมาทำความสะอาดห้องนี้ด้วย

ที่นี้เป็นห้องพึ่งแดด สบาย เรียบง่าย แวะมาทำรกๆ ได้ แต่อยากทิ้งขนมไว้น่ะ เดี๋ยวมดขึ้น